ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ มีความสำคัญต่อการนำไปใช้งาน เชื่อมชิ้นงานประเภทเหล็กหล่อซึ่งมี อยู่หลายชนิด แต่ที่รับความนิยมมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเหล็กหล่อเกรด เหล็กหล่อทั่วไป (FC) และ เหล็กหล่อเหนียว (FCD) การเลือกใช้งานลวดเชื่อมเหล็กหล่อจึงมีความสำคัญ เพื่อประสิทธิภาพในการเชื่อมมากที่สุด ความชื้นในลวดเชื่อมเหล็กหล่อมักจะมีผลต่อแนวเชื่อมซึ่งหากมีความชื้นในลวดเชื่อมเหล็กหล่ออาจทำให้เกิดการแตกร้าวของแนวเชื่อมได้ ผู้ใช้งานควรนำเหล็กหล่อไปอบก่อนนำมาใช้งานทุกครั้ง บทความนี้เราจะพาไปหาคำตอบว่าทำไมต้องนำลวดเชื่อมเหล็กหล่อไปอบก่อนใช้งาน

ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ คืออะไร

ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ คือ ลวดเชื่อมสำหรับเชื่อมชิ้นงานหรือซ่อมแซมโลหะประเภทเหล็กหล่อ เช่น เหล็กหล่อทั่วไป (FC) และ เหล็กหล่อเหนียว (FCD) เป็นต้น แกนของลวดเชื่อมเหล็กหล่อจะมีส่วนประกอบของนิกเกิลเป็นส่วนผสมหลักช่วยในการหลอมละลายและยึดติดเหล็กหล่อได้ง่าย โดยมีนิกเกิลเป็นตัวเชื่อมประสานให้เนื้อโลหะเหล็กหล่อเชื่อมติดกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความยืดหยุ่นสูงจึงสามารถป้องกันการแตกร้าวของเนื้อเหล็กหล่อได้ดี

ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดอะไรบ้าง

ในปัจจุบันลวดเชื่อมเหล็กหล่อ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆได้แก่ ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ Ni 98% และลวดเชื่อมเหล็กหล่อ Ni 55%  เป็นต้น

  • ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ Ni 98% 

ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ Ni 98%  ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ เป็นลวดเชื่อมที่มีส่วนผสมของนิกเกิลสูงถึง 98%  มีคุณสมบัติสามารถเชื่อมโลหะระหว่างเหล็กหล่อกับโลหะต่างชนิดได้ดี และที่สำคัญสามารถนำไปกลึงปรับตกแต่งผิวด้านนอกได้ดีอีกด้วย ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ Ni 98% เหมาะสำหรับงานเชื่อมเหล็กหล่อ ตกแต่งผิวโลหะประเภทเหล็กหล่อ เนื่องจากมีส่วนผสมของนิกเกิลสูงจึงช่วยให้การยึดเกาะและความยืดหยุ่นมีสูงขึ้น อีกทั้งช่วยในการป้องกันการแตกร้าวของแนวเชื่อมได้เป็นอย่างดี

  • ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ Ni 55%

ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ Ni 55% เป็นลวดเชื่อมที่มีส่วนผสมของนิกเกิลเพียง 55%  มีคุณสมบัติช่วยให้แนวเชื่อมมีความแข็งแรง แต่สามารถเชื่อมกับโลหะที่เป็นเหล็กหล่อกับโลหะต่างชนิดได้ และสามารถป้องกันการแตกร้าวของแนวเชื่อมได้ดี ข้อควรระวังของลวดเชื่อมเหล็กหล่อ Ni 55% จะมีการกลึงตกแต่งผิวหลังจากการเชื่อมได้ยากเพราะมีปริมาณคาร์บอนสูงหรือธาตุอื่นๆสูง และมีปริมาณของนิกเกิลเพียง 55% เท่านั้น 

เราขอแนะนำลวดเชื่อมเหล็กหล่อ แบรนด์โคเวท Kovet มีให้เลือกทั้ง โคเวท-Ni 55 และโคเวท-Ni 95 มีหลายขนาดให้เลือกใช้งาน เช่น  2.6 มม  3.2 มม และ 4.0 มมเป็นต้น

ทำไมถึงต้องอบ ลวดเชื่อมเหล็กหล่อ ก่อนนำไปใช้งาน

ความชื้นหรือออกซิเจน มีผลต่อประสิทธิภาพของลวดเชื่อมทุกชนิดรวมไปถึงลวดเชื่อมของเหล็กหล่อ เพราะจะทำให้ลวดเชื่อมเหล็กหล่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและความชื้น ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานลดน้อยลง ลวดเชื่อมเหล็กหล่อต้องมีการอบ ที่อุณหภูมิ 80 ถึง 120 องศาเป็นเวลา 60 นาทีก่อนนำไปใช้งานเพื่อประสิทธิภาพที่ดี และป้องกันการแตกร้าวของแนวเชื่อมได้ดีขึ้นอีกด้วย

การอบลวดเชื่อมเหล็กหล่อก่อนนำไปใช้งานจึงมีความสำคัญต่อโครงสร้างภายในของลวดเชื่อม หากมีความเปียกชื้นจะทำให้ประสิทธิภาพในการเชื่อมลดน้อยลง จึงต้องอบก่อนนำไปเชื่อมเหล็กหล่อเพื่อป้องกันการแตกร้าวของแนวเชื่อม และการยึดติดของโลหะที่ดีขึ้น